แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

8/3/57

อาจเกิดภาวะขาดสารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์เนื่องจากถ่ายเหลวจากการติดเชื้อทางเดินอาหาร

อาจเกิดภาวะขาดสารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์เนื่องจากถ่ายเหลวจากการติดเชื้อทางเดินอาหาร

ข้อมูลสนับสนุน
s:-
o: -ถ่ายอุจจาระวันละ 5-6 ครั้ง อุจจาระเป็นน้ำ
-มีไข้ T= 37.7 องศาเซลเซียส
-WBC = 12,590 cells/mm
-Neutrophil = 72.8%
-Lymphocyte = 18.1%

เป้าหมาย
ไม่เกิดภาวะขาดสารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์

เกณฑ์การประเมิน
-ผิวหนังชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังปกติ
-ปัสสาวะมากกว่า 30 cc/hr
-BP=มากกว่า 80/50 mmHg
-Na= 135-145 mmol/L
-K= 3.5-5 mmol/L

กิจกรรม
1.สังเกตภาวะขาดสารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์ เช่น ผิวหนังแห้ง กระหม่อมบุ๋ม ตาลึกโบ๋ ปัสสาวะน้อย ซึม ตัวเย็น เป็นต้น
เพราะจะช่วยในการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำได้
2.ดูแลให้ได้รับสารน้ำ 5%DN/4 500 ml vein drip 50ml/hr
เพราะ 5%DN/4 เป็น Isotonic solution จะช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลว
3.ดูแลให้ ORS จิบบ่อยๆ
เพราะ ORS เป็นผงน้ำตาลเกลือแร่ผสมน้ำ ใช้ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลว หรืออาเจียนป้องกันภาวะช็อก เนื่องจากร่างกายขาดน้ำ
4.บันทึกปริมาณสารน้ำเข้าออก และปริมาณของน้ำปัสสาวะ
เพราะเป็นการประเมินการสมดุลของน้ำเข้าออกของร่างกายและถ้าปัสสาวะออกน้อยอาจแสดงถึงภาวะขาดน้ำได้
5.วัด Vital sign ทุก 4 ชม. 
เพราะเป็นการประเมินสัญญาณชีพของร่างกายโดยเฉพาะความดันโลหิต ในเด็กถ้า BP ต่ำกว่า 80/50 mmHg แสดงถึงภาวะช็อคจากการขาดน้ำได้
6.ติดตามผล Lab Na K
เพราะ Na K เป็นค่าที่บ่งถึงเกลือแร่ภายในร่างกายและช่วยในการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและอิเล็คโทรลัยท์ได้

ถ่ายเหลวเนื่องจากมีการติดเชื้อทางเดินอาหาร

ถ่ายเหลวเนื่องจากมีการติดเชื้อทางเดินอาหาร

ข้อมูลสนับสนุน
s:-
o: -ถ่ายอุจจาระวันละ 5-6 ครั้ง อุจจาระเป็นน้ำ
-มีไข้ T= 37.7 องศาเซลเซียส
-WBC = 12,590 cells/mm
-Neutrophil = 72.8%
-Lymphocyte = 18.1%

เป้าหมาย
ไม่มีถ่ายเหลว ลดการติดเชื้อของทางเดินอาหาร

เกณฑ์การประเมินผล
-ลักษณะอุจจาระปกติ จำนวนการขับถ่ายอุจจาระน้อยลง
-อุณหภูมิร่างกาย 36.5 - 37.5 ํC
-WBC = 4,000-11,000 cells/mm
-Neutrophil = 40-74%
-Lymphocyte=19-48%

กิจกรรม
1.สังเกตและบันทึกจำนวนความถี่ และลักษณะอุจจาระ
เพราะจะช่วยในการประเมินความรุนแรงในการติดเชื้อทางเดินอาหาร
2.ดูแลให้ Bioflor 1 ซอง Oral  bid pc 
เพราะ Bioflor เป็นจุลินทรีย์ มีผลช่วยให้สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
3.แนะนำให้ล้างขวดนมและต้มให้สะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากมีไขมัน กากใยสูง
เพราะจะช่วยลดการกระตุ้นการทำงานของลำไส้และไม่เกิดการติดเชื้อซ้ำ
4.วัดอุณหภูมิร่างกายทุก 4 ชั่วโมง
เพราะเป็นการประเมินระดับอุณหภูมิร่างกายถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 ํC อาจแสดงถึงภาวะติดเชื้อได้
5.แนะนำให้ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังถ่ายอุจจาระ
เพราะเป็นการป้องการแพร่กระจายของเชื้อโรค
6.ติดตามผลการตรวจ WBC Neutrophil และ Lymphocyte
เพราะ WBC เป็นจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีค่าผิดปกติเมื่อมีการติดเชื้อในร่างกาย เช่น จากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส Neutrophil จะพบสูงขึ้นในภาวะติดเชื้อจำพวกแบคทีเรีย และ Lymphocyte จะพบสูงขึ้นในภาวะที่มีการติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลันหรือภาวะที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่เรื้อรัง

3/3/57

ผู้ป่วยวิตกกังวลเนืองจากผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้ป่วยวิตกกังวลเนืองจากผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่

ข้อมูลสนับสนุน
  • ผู้ป่วยถามถึงวิธีการผ่าตัดลำไส้
  • ผู้ป่วยสีหน้าวิตกกังวล
  • ผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งลำไส้วันที่.........
  • ผลตรวจชิ้นเนื้อ

เป้าหมาย
ผู้ป่วยวิตกกังวลลดลงและปฏิบัติตนหลังผ่าตัดได้

เกณฑ์การประเมินผล
  • ผู้ป่วยสีหน้าวิตกกังวลลดลง
  • ผู้ป่วยเข้าใจในการปฎิบัติตนหลังผ่าตัด
กิจกรรมการพยาบาล
1. อธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ กิจกรรมการดูแลผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยต้องเผชิญ
เพราะช่วยให้ผู้ป่วยได้ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและลดความวิตกกังวลลงได้
2. ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 5%DN/2 1000 ml v. drip 80 cc/ hr
3. ดูแลให้งดน้ำงดอาหารทางปากก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
เพราะเป็นการป้องกันการสำลักอาหารขณะผ่าตัด
เพราะสารน้ำจะช่วยชดเชยสารอาหารขณะงดน้ำงดอาหารทางปาก
4. สอนการไอการหายใจให้ผู้ป่วยปฎิบัติหลังกลับจากผ่าตัด
เพราะในการสอนให้ผู้ป่วยหายใจลึกๆ และไอ จะช่วยให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้นและขับเสมหะออกมา ไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
5. หลังผ่าตัดแนะนำให้ผู้ป่วยลูกออกจากเตียงให้เร็วที่สุด
เพราะจะช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนหลังผ่าตัดได้ เช่น อาเจียน ท้องอืด ปัสสาวะลำบาก

มีภาวะ Hypovolemic shock เนื่องจากเสียเลือดในทางเดินอาหารส่วนล่าง

มีภาวะ Hypovolemic shock เนื่องจากเสียเลือดในทางเดินอาหารส่วนล่าง


ข้อมูลสนับสนุน
  • ผู้ป่วยถ่ายดำปนเลือด 3 ครั้ง
  • ปัสสสาวะออกน้อย 1 ครั้ง
  • BP = 85/45 mmHg
  • hct = 29% (18/2/57)

เป้าหมาย
ไม่เกิดภาวะ Hypovolemic shock

เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการแสดงของภาวะช็อค เช่น ระดับความรู้สึกตัวลดลง กระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวเย็น
  • ชีพจร 60-100 ครั้ง/นาที
  • BP ไม่ต่ำกว่า 90/60 mmHg
  • จำนวนปัสสาวะมากกว่า 30 cc/hr
  • ผลการตรวจ Hct ไม่ต่ำกว่า 30%

กิจกรรมการพยาบาล
1.วัด Vital sign ทุก 1 ชม. และประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะช็อค เช่น ระดับความรู้สึกตัวลดลง กระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวเย็น
เพราะเป็นการประเมินสัญญาณชีพโดยเฉพาะชีพจร > 100 ครั้ง/นาที และ BP <90/60 mmHg แสดงถึงภาวะช็อคเพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
2.ดูแลให้เลือด PRC 1 unit drip in 3 hr ตามแผนการรักษา
เพราะการให้เลือดจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเลือดซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจน
  3. ท่านอนศีรษะต่ำ
เพราะช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับสู่สมอง หัวใจได้สะดวก
  4. ประเมินถ่ายเลือดปนดำ
เพราะช่วยประเมินปริมาณ จำนวน เลือดที่ถ่ายปนเลือดทำให้ทราบถึงความรุนแรงของภาวะเลือดออก
  5. บันทึกจำนวนปัสสาวะที่ออกทุกชั่วโมง
เพราะถ้าจำนวนปัสสาวะน้อยกว่า 30 cc/hr แสดงถึงภาวะช็อค
  6. ติดตามผล Lab Hct 
เพราะเป็นค่าที่แสดงถึงความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย