แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินปัสสาวะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินปัสสาวะ แสดงบทความทั้งหมด

3/3/57

มีของเสียคั่งในกระแสเลือด เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง

มีของเสียคั่งในกระแสเลือด เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง

ข้อมูลสนับสนุน
BUN = 39 mg/dl
Cr = 1.44 mg/dl
GFR = 34.8 ml/min

เป้าหมาย
ของเสียในร่างกายลดลง ไม่เกิดอันตรายจากของเสียคั่ง

เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการของเสียคั่งในร่างกาย เช่น ปัสสาวะออกน้อย อ่อนเพลีย บวม คันตามตัว หอบเหนื่อย ความดันโลหิตสูง
  • BUN = 6-20 mg/dl
  • Cr = 0.51 - 0.95 mg/dl
  • BP = Systolic 140 - 90 mmHg Diastolic 90 - 60 mmHg


กิจกรรมการพยาบาล
1. สังเกตการของเสียคั่งในร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย บวม หายใจหอบ ความดันโลหิตสูง
เพราะการสังเกตของเสียคั่งในร่างกายจะช่วยในการประเมินความรุนแรงของของเสียคั่งในร่างกายและให้การรักษาอย่างเหมาะสม
2. จำกัดน้ำผู้ป่วยโดยให้ผู้ป่วยจิบน้ำได้โดยไม่เกิน 500 ml
เพราะถ้าดื่มน้ำมากจะทำให้เกิดอาการบวมน้ำจากการที่ไตมีการกรองของเสียลดลง
3. บันทึกน้ำเข้า-ออก ทุก 8 ชม.
เพราะเป็นการประเมินความสมดุลของน้ำเข้าและน้ำออก
4. วัด vital sign ทุก 4 ชม.
เพราะเป็นการประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะความดันโลหิต เพราะผู้ป่วยที่มีของเสียคั่งในร่างกายจะทำให้ความดันโลหิตสูงได้
5. ติดตามผล lab BUN Cr 
เพราะเป็นการประเมินการทำงานของไตในการกรองของเสีย

มีของเสียคั่งในกระแสเลือด เนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่ในการกองของเสีย

มีของเสียคั่งในกระแสเลือด เนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่ในการกองของเสีย

ข้อมูลสนับสนุน

  • BUN = 55 mg/dl
  • Cr = 4.25 mg/dl 
  • ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย



เป้าหมาย
ของเสียในร่างกายลดลง ไม่เกิดอันตรายจากของเสียคั่ง

เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการของเสียคั่งในร่างกาย เช่น ปัสสาวะออกน้อย อ่อนเพลีย บวม คันตามตัว หอบเหนื่อย ความดันโลหิตสูง
  • BUN = 6-20 mg/dl
  • Cr = 0.51 - 0.95 mg/dl
  • BP = Systolic 140 - 90 mmHg Diastolic 90 - 60 mmHg


กิจกรรมการพยาบาล
1. สังเกตการของเสียคั่งในร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย บวม หายใจหอบ ความดันโลหิตสูง
เพราะการสังเกตของเสียคั่งในร่างกายจะช่วยในการประเมินความรุนแรงของของเสียคั่งในร่างกายและให้การรักษาอย่างเหมาะสม
2. ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับโปรตีนที่คุณภาพดี เช่น ไข่ เนื้อปลา นม เป็นต้น
เพราะร่างกายจะนำเอาโปรตีนไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีของเสียเกิดขึ้นน้อย ไตจึงไม่ต้องทำงานหนัก
3. บันทึกน้ำเข้า-ออก ทุก 8 ชม.
เพราะเป็นการประเมินความสมดุลของน้ำเข้าและน้ำออก
4. วัด vital sign ทุก 4 ชม.
เพราะเป็นการประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะความดันโลหิต เพราะผู้ป่วยที่มีของเสียคั่งในร่างกายจะทำให้ความดันโลหิตสูงได้
5. ติดตามผล lab BUN Cr 
เพราะเป็นการประเมินการทำงานของไตในการกรองของเสีย

เซลล์ร่างกายอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอเนื่องจากภาวะซีด

เซลล์ร่างกายอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอเนื่องจากภาวะซีด

ข้อมูลสนับสนุน
  • ผู้ป่วยบ่นไม่มีแรง อ่อนเพลีย
  • เยื่อบุตาล่างซีด
  • ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
  • ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระบนเลือด 1 อาทิตย์ ก่อนมา รพ.
  • Hb = 12 g/dl 
  • Hct = 34% 
    
เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการของภาวะพร่องออกซิเจน เช่น หายใจหอบเหนื่อย ปลายมือปลายเท้าเขียว 
  • ผู้ป่วยไม่มีอาการอ่อนเพลีย
  • เยื่อยุตาร่างสีชมพู
  • ไม่มีอุจจาระบนเลือด
  • Hb = 12 - 16 g/dl
  • Hct = 38 - 47 %
  • O2 sat >= 95%

เป้าหมาย
เซลล์ได้รับออกซิเจนเพียงพอ

การพยาบาล
1. ประเมินภาวะซีดจากการซักถามอาการเหนื่อยอ่อนเพลียของผู้ป่วย และอาการหายใจหอบเหนื่อย ปลายมือปลายเท้าเขียว
เพราะการประเมินภาวะซีดจะช่วยให้ทราบถึงความรุนแรงของภาวะซีดและอาการหายใจหอบเหนื่อย ปลายมือปลายเท้าเขียว แสดงถึงภาวะพร่องออกซิเจน เพื่อรายงานแพทย์พิจารณาการให้ o2
2. ดูแลให้เลือด Pack red cell 1 unit ตามแผนการรักษา
เพราะการให้เลือดจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเลือดซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจนทำให้อาการเหนื่อยอ่อนเพลียลดลงได้
3. ดูแลให้ Folic 1 tab oral OD pc ตามแผนการรักษา
เพราะเป็นกรดโฟลิคช่วยร่างกายในการสร้างเม็ดเลือด โดยจะไปช่วยไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดง
3. ดูให้รับประทานอาหารที่มีเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว เป็นต้น
เพราะเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิลในการสร้างเม็ดเลือดแดง
4. ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนบนเตียง
เพราะการพักผ่อนบนเตียงจะช่วยลดการใช้ออกซิเจนในการทำกิจกรรม ทำให้อาการเหนื่อยอ่อนเพลียลดลง
5. vital sign ทุก 4 ชม
เพราะการประเมินสัญญาณชีพจะช่วยให้ทราบความรุนแรงของภาวะพร่องออกซิเจน
6. ประเมิน o2 saturation ทุก 4 ชม
เพราะเป็นการวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
7. ติดตามผล lab hb hct
เพราะเป็นค่าที่แสดงถึงความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย

มีภาวะน้ำเกินเนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่ในการกรอง ทำให้เกิดการคั่งของของเสียและน้ำ

มีภาวะน้ำเกินเนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่ในการกรอง ทำให้เกิดการคั่งของของเสียและน้ำ

ข้อมูลสนับสนุน

  •  ผู้ป่วยมีโรงประจำตัวเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
  •  บวมตามแขนขา กดบุ๋ม +2
  •  ปัสสาวะออกน้อย 1 ครั้ง
  •  BUN = 55 mg/dl (15/2/57)
  •  Cr = 4.25 mg/dl (15/2/57)

เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการหายใจหอบเหนื่อย และนอนราบไม่ได้
  • อาการบวมลดลง
  • มีความสมดุลของน้ำเข้าและน้ำออก
  • BP = Systolic 140 -90 mmHg Diastolic 90-60 mmHg
  • BUN = 6-20 mg/dl
  • Cr = 0.51-0.95 mg/dl

กิจกรรมการพยาบาล
1.สังเกตอาการเหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้
เพราะอาการแสดงของอาการเหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้แสดงถึงภาวะน้ำเกินจากน้ำท่วมปอดและหัวใจวายได้
2.ดูแลให้ยาขับปัสสาวะ Lasix 500 mg Oral bid pc ตามแผนการรักษา
เพราะยา Lasix เป็นยาขับปัสสาวะช่วยในการรักษาอาการบวมและการคั่งของน้ำในร่างกาย
3.ดูแลจำกัดอาหารเค็ม เช่น อาหารที่มีส่วมผสมของเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว อาหารหมักดอง และอาหารแปรรูปเป็นต้น
เพราะถ้ารับประทานอาหารเค็มจะทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำอวัยวะต่างๆ ทำให้แขนขาบวมเหนื่อยง่ายและภาวะหัวใจวายตามมาได้
4.บันทึกสารน้ำเข้า - ออก ทุก 8 ชม.
เพราะเป็นการประเมินการสมดุลของน้ำเข้าและออก ถ้าน้ำเข้ามากกว่าน้ำออกทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำเกินได้
5.วัด Vital sign ทุก 4 ชม.
เพราะเป็นการวัดสัญญาณชีพโดยเฉพาะความดันโลหิตซึ่งภาวะน้ำเกินอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย น้ำท่วมปอดและความดันโลหิตสูงได้
6.ติดตามผล Lab BUN Cr
เพราะเป็นการประเมินการทำงานของไตในการกรองของเสีย