แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินหายใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบทางเดินหายใจ แสดงบทความทั้งหมด

3/3/57

อาจเกิดภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบ

อาจเกิดภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบ

ข้อมูลสนับสนุน
  • Pt.มีโรคประจำเป็นหอบหืด
  • Hb =10.2 g/dl
  • Hct = 30.9%
เป้าหมาย
ไม่มีภาวะพร่องออกซิเจน

เกณฑ์การประเมินผล
1. Pt ไม่มีหายใจหอบ R = 16 -20/min
2. hb = 12-16 g/dl
3. hct =38-47%
4. O2 sat >= 95%

1.สังเกตอาการภาวะพร่องออกซิเจน เช่น หายใจหอบ ปลายมือปลายเท้าเขียว เป็นต้น
เพราะ การสังเกตภาวะพร่องออกซิเจนจะช่วยประเมินระดับความรุนแรงของภาวะพร่องซิเจนเพื่อพิจารณาในการให้การรักษาต่อไป
2.ดูแลให้ได้รับยา seretide 2 puff bid ตามแผนการรักษา
เพราะยา seretide จะช่วยในกานขยายหลอดลมไม่ให้หลอดลมตีบแคบ
3.ดูแลความสะอาดรอบเตียง
เพราะฝุ่นสิ่งสกปรกต่างๆ สามารถทำให้อาการหอบหืดกำเริบได้
4.ดูแลไม่ให้เกิดความเครียด
เพราะความเครียดสามารถทำให้เกิดอาหารหอบหืดกำเริบได้
5.วัด O2 sat q 4 hr 
เพราะเป็นการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดง

มีไข้เนื่องจากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

มีไข้เนื่องจากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลสนับสนุน
  • ผู้ป่วยมีเสมหะสีเหลืองข้น
  • T = 38 ํC
  • WBC = 19,700 cells/mm3
  • Neutrophil = 82.1%
  • Lymphocyte = 11.3%
  • Chest X-ray ปอดพบ Infiltration Right Upper lobe


เป้าหมาย
อุณหภูมิกายลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

เกณฑ์การประเมินผล
  • T = 36.5 - 37.5 ํC
  • WBC = 4,000 - 11,000 cells/mm3
  • Neutrophil = 46.5 - 75%
  • Lymphocyte = 12 - 44% 

กิจกรรมการพยาบาล
1.เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดาอย่างนุ่มนวล
เพราะน้ำจะช่วยพาความร้อนออกจากร่างกายทางผิวหนังทำให้อุณหภูมิลดลงและทำให้ผู้ป่วยสบายขึ้น
2.ดูแลให้ยา Fortum 1 gm v injection และ Fortum 2 gm v drip ทุก 8 ชั่วโมง
เพราะเป็นยาปฏิชีวนะจะยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย จะฆ่าเชื้อกรัมลบกรัมบวก anaerobes และ pseudomonas aeruginosa ได้ดี รักษาอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
3.ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อน
เพราะเป็นการลดอัตราการเผาผลาญภายในเซลล์ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เป็นการลดการผลิตความร้อน ทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง
4.ดูแลให้ผู้ป่วยดื่มน้ำบ่อยๆ
เพราะเป็นการทดแทนการขาดน้ำและเป็นการลดความร้อนของร่างกายโดยการขับออกทางเหงื่อและปัสสาวะ
5.ล้างมือทุกครั้ง ก่อน-หลังให้การพยาบาลหรือการสัมผัสกับสารคัดหลั่งผู้ป่วย และให้การพยาบาลโดยใช้หลัก Aseptic Technique 
เพราะเป็นการลดการแพร่กระจายเชื้อ
6. vital sign ทุก 4 ชม
เพราะการประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะอุณหภูมิร่างกายจะช่วยให้ทราบความรุนแรงของการติดเชื้อทางเดินหายใจ
7.ติดตามผล Lab WBC Neutrophil Lymphocyte
เพราะ WBC เป็นจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีค่าผิดปกติเมื่อมีการติดเชื้อในร่างกาย เช่น จากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส Neutrophil จะพบสูงขึ้นในภาวะติดเชื้อจำพวกแบคทีเรีย และ Lymphocyte จะพบสูงขึ้นในภาวะที่มีการติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลันหรือภาวะที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่เรื้อรัง

เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง

เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง

ข้อมูลสนับสนุน

  • ผู้ป่วยมีเสมหะสีเหลืองข้น
  • ผู้ป่วยหายใจ 24 ครั้ง/นาที
  • พบ Fine Crepitation at Right Lower Lobe
  • Chest X-ray ปอดพบ Infiltration Right Upper Lobe
  • Hct = ......
  • Hb =.....


เป้าหมาย
ไม่เกิดภาวะพร่องออกซิเจน ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

เกณฑ์การประเมินผล
  • ไม่มีอาการของภาวะพร่องออกซิเจน เช่น หายใจหอบเหนื่อย ปลายมือปลายเท้าเขียว 
  • อัตราการหายใจอยู่ในช่วง 16-24  ครั้ง/นาทีลักษณะการหายใจปกติ ไม่มีการหายใจเร็ว  แรง  ลึก
  • ทางเดินหายใจโล่งไม่มีเสมหะ
  • Hb = 12 - 16 g/dl
  • Hct = 38 - 47 %
  • O2 sat >= 95%

กิจกรรมการพยาบาล
1. ประเมินภาวะพร่องออกซิเจน ประเมินอัตราการหายใจ ชีพจร สีของเล็บ ปลายมือปลายเท้า เยื่อบุผิวหนัง ลักษณะการซีด เขียว   
เพราะอาการหายใจหอบ ชีพจรเร็ว ปลายมือปลายเท้า เยื่อบุผิวหนัง ลักษณะการซีด เขียว  แสดงถึงภาวะพร่องออกซิเจน เพื่อรายงานแพทย์พิจารณาการให้ o2
2.จัดท่านอนศีรษะสูง 
เพราะทำให้กระบังคมเคลื่อนต่ำลง ปอดขยายตัวได้เต็มที่เพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซมากขึ้น
3. ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนบนเตียง
เพราะการพักผ่อนบนเตียงจะช่วยลดการใช้ออกซิเจนในการทำกิจกรรม ทำให้อาการเหนื่อยอ่อนเพลียลดลง
4.สอนการไออย่างมีประสิทธิภาพ
เพราะการไออย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้ลดการคั่งค้างของเสมหะที่ปอดทำให้ปอดขยายตัวได้เพิ่มขึ้น
5. vital sign ทุก 4 ชม
เพราะการประเมินสัญญาณชีพจะช่วยให้ทราบความรุนแรงของภาวะพร่องออกซิเจน
6. ประเมิน o2 saturation ทุก 4 ชม
เพราะเป็นการวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
7. ติดตามผล lab hb hct และ Chest X-Ray
เพราะเป็นค่าที่แสดงถึงความเข้มข้นของเลือดในร่างกายและ Chest X-ray เป็นการประเมินความก้าวหน้าของการรักษาซึ่งอาจพบฝ้าขาวในปอดลดลงหรือเพิ่มขึ้น